ในปี 2025 ธุรกิจ Proprietary Trading Firm หรือ “Prop Firm” กำลังเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทย และชื่อของ WeMasterTrade (WMT) ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในวงการ Prop Firm ในไทย เพราะมีความน่าเชื่อถือ ให้เงินทุนเร็ว (instant funding) ทั้งยังมีการฝึกอบรมด้านการเงินและจิตวิทยาการเทรด เหมาะกับเทรดเดอร์มือใหม่ที่ยังแบกรับความเสี่ยงไม่ไหวเป็นอย่างยิ่ง

บริษัท Prop Trading คืออะไร?
Prop Firm คือ การเทรดโดยใช้เงินทุนของบริษัท ไม่ว่าจะเป็น การเทรด Forex, หุ้น, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์ หรืออื่น ๆ โดยที่เทรดเดอร์ไม่ต้องใช้เงินตัวเองเพื่อเปิดออเดอร์ เมื่อสร้างกำไรได้ บริษัทก็จะแบ่งกำไรให้เทรดเดอร์ตามสัดส่วนที่กำหนด
สรุปหลักการของ Prop Firm
- บริษัทออกทุนให้เทรดเดอร์
- เทรดเดอร์ใช้ความสามารถสร้างผลตอบแทน
- กำไรแบ่งกันตามสัญญา
- ความเสี่ยงถูกควบคุมด้วยกฎ เช่น daily loss, max drawdown
Prop Firm ถือเป็นจุดเริ่มต้นของเทรดเดอร์ยุคใหม่ที่อยาก “เทรดด้วยทุนใหญ่ แต่ไม่อยากใช้เงินก้อนของตัวเอง”
Prop Firm ในไทย ทำงานอย่างไร?
1. การสมัครและการประเมิน
- เทรดเดอร์สมัครเข้าร่วมโปรแกรม Challenge เพื่อพิสูจน์ฝีมือ
- ใช้บัญชี “ประเมิน” (มักเป็นบัญชีจำลองหรือเดโม)
- มีเป้าหมายกำไร และกฎ Risk Management ให้ผ่านภายในระยะเวลาที่กำหนด
2. การให้ทุน
- เมื่อผ่าน Challenge แล้ว เทรดเดอร์จะได้รับบัญชี “ได้รับทุน” (funded) ที่ใช้เงินจริงของ Prop Firm
- จากนั้นเทรดเดอร์จะเทรดด้วยเงินของบริษัท และแบ่งกำไรตามอัตราที่ตกลงกันไว้
3. การแบ่งกำไร
- ขึ้นอยู่กับ Prop Firm ว่าจะแบ่งสัดส่วนกำไรให้เทรดเดอร์เท่าไหร่ เช่น 70:30, 80:20, 90:10 เป็นต้น
4. การจัดการความเสี่ยง
- Prop firm จะตั้งกฎ Risk ที่ชัดเจน เช่น ขีดจำกัดการขาดทุนรายวัน (Daily Max Drawdown)
- เทรดเดอร์ต้องปฏิบัติตามกฎดังกล่าว มิฉะนั้นอาจถูกปิดบัญชีหรืออาจเสียสิทธิ์ทุน
ประเภทของบริษัท Prop
บริษัท Prop Trading ในปี 2025 สามารถแบ่งประเภทได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างธุรกิจ กลุ่มผู้ใช้งาน และเทคโนโลยีที่สนับสนุนการเทรด ซึ่งแต่ละประเภทมีจุดเด่นและข้อแตกต่างที่เหมาะกับเทรดเดอร์แต่ละระดับ ดังนี้:
1. Retail Prop Firm
กลุ่มนี้คือ Prop Firm ที่คนทั่วไปคุ้นเคยมากที่สุด เพราะเปิดให้ “เทรดเดอร์รายย่อย” เช่น นักเทรดส่วนบุคคล, ฟรีแลนซ์ หรือนักเทรดหุ้นสำหรับมือใหม่ สามารถเข้าร่วมได้ง่ายผ่านระบบสอบแบบ Challenge
ลักษณะสำคัญของ Retail Prop Firm
- ผู้สมัครต้องผ่าน Challenge หรือ Verification ก่อนรับทุน
- กฎส่วนใหญ่ชัดเจน เช่น Max Drawdown, Daily Loss, Profit Target
- ไม่ต้องใช้เงินทุนสูง (จ่ายค่าสมัครเพียงครั้งเดียว)
- เหมาะสำหรับมือใหม่ถึงระดับกลางที่ต้องการทุนใหญ่เพื่อเทรด
2. Institutional Prop Firm
Prop ประเภทนี้เป็นการเทรดภายใน องค์กรขนาดใหญ่ เช่น กองทุน, ธนาคาร, บริษัททำ Market Making หรือบริษัท Quant ชั้นนำ เทรดเดอร์ที่เข้ามาทำงานในกลุ่มนี้มักเป็นพนักงานเต็มเวลา (Proprietary Traders) ไม่ใช่ผู้สมัครแบบ Challenge
ลักษณะสำคัญของ Institutional Prop Firms
- ใช้ทุนของบริษัทในระดับมหาศาล (หลักล้าน–พันล้านดอลลาร์)
- ใช้ทีมวิจัย, นักคณิตศาสตร์, นักพัฒนาอัลกอริทึม และ Quant Trader
- ไม่มีระบบ Challenge เพราะเป็นการจ้างงานแบบสถาบัน
- การบริหารความเสี่ยงเข้มงวดและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
- โฟกัสกลยุทธ์ที่ซับซ้อน เช่น Arbitrage, HFT, Statistical Arbitrage
3. Hybrid / Tech-Driven Prop Firm
กลุ่มนี้คือ Prop Firm ยุคใหม่ที่ผสมผสานระบบ Retail เข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น AI, Machine Learning และระบบอัตโนมัติในการบริหารบัญชี ทำให้การเทรดเป็นไปอย่างง่ายและแม่นยำมากขึ้น ทั้งยังช่วยลดความผิดพลาดของเทรดเดอร์ได้
จุดเด่นของ Hybrid Prop Firm
- ยุติธรรมมากขึ้นเพราะใช้ข้อมูลจริง + AI ช่วยประเมิน
- ลดความเสี่ยงของบริษัท ทำให้จ่ายกำไรได้ต่อเนื่อง
- เทรดเดอร์มีโอกาสขยายบัญชีไว ถ้ารักษาวินัยได้ดี
- เหมาะทั้งมือใหม่และมืออาชีพที่ต้องการระบบที่ดูแลพฤติกรรมเทรด
กลยุทธ์การลงทุน Prop Firm ในไทย
- Trend Following : การเทรดตามเทรนด์ใหญ่ของตลาดทองคำหรือ Forex ข้อดีคือเข้าใจง่าย และเหมาะกับตลาดที่มีเทรนด์ชัดเจน
- Breakout Trading : กลยุทธ์นี้จะเข้าเทรดเมื่อราคาทะลุระดับสำคัญ เช่น แนวรับ-แนวต้าน หรือ High-Low ของวัน ข้อดีคือ ช่วง Breakout มักมีแรงซื้อขายมาก ทำให้กำไรเร็ว และเหมาะกับตลาดที่มีความผันผวนมากกว่า
- News Trading : เป็นการเทรดที่เทรดเดอร์จะเข้าเทรดเมื่อมีข่าวสำคัญ ข้อดีคือสามารถทำกำไรได้เร็วจากความผันผวน และปรับกลยุทธ์ตามข่าวเพื่อหาโอกาสได้
- Scalping : เป็นกลยุทธ์เทรดสั้น ที่เน้นเก็บกำไรเล็ก ๆ หลายครั้งต่อวัน สามารถสร้างกำไรหลายครั้งต่อวัน เหมาะกับตลาดที่มีสภาพคล่องตัวสูง
- Swing Trading : เป็นการเทรดที่เทรดเดอร์จะเปิดคำสั่งค้างคืนเพื่อเก็บผลกำไรจากเทรนด์สั้น–กลาง ข้อดีคือทำให้เทรดเดอร์ไม่ต้องเฝ้าหน้าจอทั้งวัน และช่วยลดความเครียดจากการเทรดสั้น ๆ ได้
ข้อดีของ Prop Firm
1. ไม่ต้องใช้เงินของตัวเองมาก
เทรดเดอร์สามารถเทรดด้วยเงินทุนของบริษัท ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินส่วนตัวได้มาก
- แค่จ่ายค่า Challenge หรือค่าธรรมเนียมเล็กน้อย (บางแห่งหลักร้อย–พันดอลลาร์)
- เมื่อผ่านการประเมิน ก็จะสามารถเข้าบัญชี Funded Account และเริ่มเทรดด้วยทุนจริงโดยไม่ต้องใช้เงินตัวเอง
- ลดความกดดันทางการเงิน
- ทำให้สามารถทดลองกลยุทธ์ใหม่ ๆ ได้โดยไม่เสี่ยงเงินตัวเอง
2. เข้าถึงเงินทุนขนาดใหญ่
บาง Prop Firm จะให้บัญชีทุนใหญ่ แก่เทรดเดอร์ที่มีฝีมือ
- บัญชีเริ่มต้นบางแห่งอาจตั้งแต่ $10,000 – $50,000
- สำหรับเทรดเดอร์ที่รักษากฎและทำกำไรต่อเนื่อง บาง Prop Firm มีระบบ Scaling เพิ่มทุนอัตโนมัติ
- สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงขึ้น
- เป็นโอกาสให้เทรดเดอร์มือใหม่เข้าถึงทุนใหญ่เหมือนมืออาชีพ
3. การแบ่งกำไรที่เอื้อต่อเทรดเดอร์
Prop Firm ส่วนใหญ่มี Profit Split สูงสำหรับเทรดเดอร์
- สัดส่วนแบ่งกำไรขึ้นกับบริษัท เช่น 70/30, 80/20, 90/10
- บางแห่งยังจ่ายกำไร รายสัปดาห์หรือรายเดือน ทำให้เทรดเดอร์มีรายได้สม่ำเสมอ
- เป็นแรงจูงใจให้เทรดอย่างมีวินัย
- ทำให้เทรดเดอร์สามารถสร้างรายได้จริงจากฝีมือเทรด
4. พัฒนาทักษะทางจิตวิทยาและ Risk Management
การเทรดด้วย Prop Firm ไม่ใช่แค่การสร้างกำไร แต่ต้องปฏิบัติตาม กฎความเสี่ยง อย่างเคร่งครัด
- Max Drawdown, Daily Loss, Stop Loss
- การถือออเดอร์และการบริหารทุน
- ฝึกวินัยการเทรดและความอดทน
- ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดทางอารมณ์
- พัฒนาทักษะการจัดการความเสี่ยงที่สำคัญสำหรับเทรดเดอร์มืออาชีพ
สำหรับ WeMasterTrade จะเป็นระบบให้ทุนเร็ว, มี AI ช่วยวิเคราะห์ และมีโอกาสขยายบัญชี (scaling) โดยอิงผลการเทรดจริง
โอกาสในอาชีพใน Proprietary Trading

การเป็น Prop Trader (เทรดเดอร์ที่เทรดด้วยทุนบริษัท) เปิดโอกาสหลายด้าน:
- อาชีพเต็มเวลา : เทรดเดอร์ที่สามารถทำกำไรได้ต่อเนื่อง สามารถทำเป็นอาชีพหลักได้
- Scaling (ขยายบัญชี) : เมื่อเทรดเดอร์ทำกำไรได้ดี Prop Firm บางแห่งก็จะอนุญาตให้ขยายบัญชีทุน (เพิ่มขนาดทุน) ได้
- พัฒนาทักษะ : ได้เรียนรู้จิตวิทยาการเทรด, Risk Management, และกลยุทธ์ระดับสูง
- ความน่าเชื่อถือ: Prop Trader ที่ประสบความสำเร็จ จะมีโอกาสได้ร่วมงานกับ Hedge Funds หรือบริษัทการเงินขนาดใหญ่อื่น ๆ
- มีอิสระ : เทรดเดอร์ของ Prop Firm บางแห่ง สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่จำกัดสถานที่
วิธีการเลือกบริษัท Prop Firm ที่ดีที่สุด
- ความน่าเชื่อถือ : ดูรีวิว, ประวัติบริษัท, ใบอนุญาต (ถ้ามี)
- โครงสร้างแบ่งกำไร (Profit Split) : เปอร์เซ็นต์ที่เทรดเดอร์ได้, เงื่อนไขการจ่ายเงิน
- กฎ Risk : ดูว่า Drawdown สูงสุด, กำหนดการขาดทุนรายวัน (Daily Loss) เป็นอย่างไร
- ค่าเข้า (Challenge Fee) : จำนวนเงินที่จะต้องจ่ายเพื่อเริ่ม evaluation
- ระยะเวลาการประเมิน : บาง Prop Firm ให้เวลาไม่จำกัด บางแห่งจำกัดเวลา
- เครื่องมือ : เช่น ระบบวิเคราะห์, AI, ฝึกอบรม, ชุมชนเทรดเดอร์
- เงื่อนไขการถอนกำไร : ความถี่การจ่าย, ขั้นต่ำ, ขั้นตอน
- นโยบาย Scaling : ถ้าคุณหวังจะขยายบัญชีในอนาคต
แนะนำบริษัท Prop Firm ที่ดีที่สุด
1. WeMasterTrade
ในปี 2025 ชื่อของ WeMasterTrade เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในกลุ่มเทรดเดอร์ไทย เนื่องจากเป็นผู้ให้บริการ Prop Firm ที่ตอบโจทย์ตลาดเอเชีย โดยมีจุดเด่นทั้งด้านการใช้งานและความยืดหยุ่นของโปรแกรม
จุดเด่นของ WeMasterTrade
- ขั้นตอน Challenge ไม่ซับซ้อน
- เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการทุนเร็ว
- บริการเป็นภาษาไทย ทำให้การใช้งานและ Support ง่าย
- เริ่มต้นถูกกว่า Prop Firm ยักษ์ใหญ่บางเจ้า
- มีโปรแกรมแบ่งกำไรที่แข่งขันได้
- เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการลองเส้นทาง Prop Firm ในไทย
2. FTMO
FTMO ถือเป็นชื่อแรก ๆ ที่เทรดเดอร์ทั่วโลกคิดถึงเมื่อพูดถึง Prop Firm เพราะเป็นบริษัทที่มีโมเดลการให้ทุนชัดเจน โปร่งใส และมีระบบ FTMO Challenge ที่เทรดเดอร์คุ้นเคยกันดี
จุดเด่นของ FTMO
- เป็น Prop Firm เจ้าแรก ๆ ที่สร้างโมเดล Challenge แบบ 2 ขั้นตอน
- ระบบการเทสที่ได้มาตรฐาน พร้อมการจัดการความเสี่ยงที่ชัดเจน
- การจ่ายกำไรสูง โดยปัจจุบันมีโปรแกรมแบ่งกำไรสูงได้ถึง 90%
- มีแดชบอร์ดติดตามผลที่ใช้งานง่าย เหมาะทั้งมือใหม่และระดับโปร
3. Topstep
Topstep (ชื่อเดิม TopstepTrader) เป็น Prop Firm ที่สร้างชื่อเสียงจากตลาด Futures มายาวนานกว่า 10 ปี ซึ่งต่างจาก FTMO ที่เน้น Forex เป็นหลัก
จุดเด่นของ Topstep
- มุ่งเน้นเฉพาะ Futures เหมาะกับเทรดเดอร์สายโปรของตลาดนี้
- ระบบ Combine ที่ออกแบบให้ผู้สมัครปรับตัวง่าย
- มีห้องเรียน เทรนนิ่ง และ Community สำหรับผู้เริ่มต้น
- ความเสี่ยงต่ำกว่า เพราะมีระบบควบคุมการบริหารเงินเข้มแข็ง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Prop Firm ในไทย WeMasterTrade
1. WeMasterTrade ปลอดภัยไหม?
ตอบ : WMT เป็น Prop Firm ที่ได้มาตรฐานในระดับสากล มีเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ และมีตัวตนที่โปร่งใส อย่างไรก็ตาม หากสนใจเส้นทาง Prop Firm อย่าลืมศึกษาเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ละเอียดก่อนสมัคร
2. ต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ในการสมัคร Challenge ของ WMT?
ตอบ : ผู้สมัคร Challenge อาจมีค่าธรรมเนียม แต่จำนวนที่แน่นอนขึ้นอยู่กับ “แพ็กเกจ” ของ WMT ซึ่งอาจเปลี่ยนตามเงื่อนไขโปรโมชั่น หรือแพลนของบริษัท
3. เมื่อผ่าน Challenge แล้ว ได้รับทุนทันทีหรือไม่?
ตอบ : ใช่ เพราะ WMT มี “แพ็คเกจ Instant Funding ที่ไม่ต้องผ่านการทดสอบเหมือน Challenge แบบดั้งเดิม แต่จะใช้ระบบ AI และ Risk Management มาตัดสินแทนว่าควรให้ทุนหรือไม่
4. หากขาดทุนในบัญชี funded ต้องรับผิดชอบอย่างไร?
ตอบ : ขึ้นอยู่กับกฎ Risk ของ Prop Firm หากขาดทุนมากเกินขีดจำกัด อาจถูกปิดบัญชี หรือ “เสียสิทธิ์” ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่ม แต่ต้องอ่านเงื่อนไขให้ละเอียดก่อนร่วม
5. Prop Trading เหมาะสำหรับมือใหม่ไหม?
ตอบ : เหมาะสำหรับมือใหม่ แต่ก็มีข้อควรระวัง เพราะการเข้าร่วม Prop Firm ต้องมีวินัย, รู้จัก Risk Management, และเข้าใจตลาด ถ้าเป็นมือใหม่ แนะนำเลือก Prop Firm ที่มีแพลนเริ่มต้น มีค่า Fee ไม่สูงมาก และมีการอบรม
หากกำลังมองหา Prop Firm ในไทย WeMasterTrade อาจเป็นตัวเลือกที่ดี ซึ่งต้องบอกเลยว่าเหมาะมาก ๆ สำหรับผู้ที่ยังไม่มีทุนมาก (แต่ต้องมีวินัยในการเทรดด้วยนะ) โดยการเลือก Prop Firm นั้น นักเทรดจะต้องให้ความสำคัญกับ เงื่อนไข Risk, Profit Split, ค่าธรรมเนียม และความน่าเชื่อถือ เพื่อให้สามารถเติบโตในอาชีพเทรด Prop Trader ได้



