ในเป็นการเทรดเดอร์ฟอเร็กซ์มักมีองค์ประกอบหลายด้านเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งกลยุทธ์ โบรกเกอร์ ปัจจัยแวดล้อมภายนอก รวมถึงแพลตฟอร์มฟอเร็กซ์ และโปรแกรมเทรด Forex ด้วย ซึ่งต้องทำความเข้าใจว่าจริง ๆ แล้วทั้ง 2 สิ่งมีความแตกต่างกัน บทความนี้ WeMasterTrade จะพาไปรู้จักกันแบบถูกต้องทั้งแพลตฟอร์มและโปรแกรมเทรด Forex คืออะไร พร้อมแนะนำ 5 แพลตฟอร์มหรือแอพเทรด Forex ยอดนิยมที่เทรดเดอร์มืออาชีพต่างให้การยอมรับ
แพลตฟอร์มฟอเร็กซ์ คืออะไร?
แพลตฟอร์มฟอเร็กซ์ คือ แอพเทรด Forex ซึ่งโบรกเกอร์หรือผู้ให้บริการเทรดฟอเร็กซ์ซึ่งเทรดเดอร์สามารถเข้าไปสมัครและเริ่มต้นเทรดได้จากช่องทางต่าง ๆ ทั้งบนเว็บไซต์ด้วยเครื่อง PC หรือแอพเทรด Forex บนมือถือผ่านระบบ iOS และ Android เปรียบได้กับการเป็นคนกลางรับคำสั่งซื้อ-ขาย และยังมีข้อมูลให้นักลงทุนได้ศึกษาเพื่อใช้ประกอบการเทรดด้วย
โปรแกรมเทรด Forex คืออะไร?
โปรแกรมเทรด Forex คือ บริการเสริมที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยแต่ละแพลตฟอร์มจะมีให้ใช้งานเสมือนเป็นผู้ช่วยที่ทำให้คุณสามารถเทรดแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น เช่น EA (Expert Advisors), Copy Trading, Scalping, Day Trading เป็นต้น
แพลตฟอร์มฟอเร็กซ์ vs โปรแกรมเทรด Forex
มือใหม่หัดเทรดหลายคนอาจยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับแพลตฟอร์มฟอเร็กซ์กับโปรแกรมเทรด Forex ดังนั้นจึงสรุปให้อีกครั้งว่าแพลตฟอร์ม คือ ผู้ให้บริการหรือโบรกเกอร์ ขณะที่โปรแกรมเทรด Forex คือ ตัวช่วยที่จะทำให้การเทรด Forex ของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แนะนำ 5 โปรแกรมแพลตฟอร์มฟอเร็กซ์ที่ได้รับความนิยม
1. โปรแกรมแพลตฟอร์ม WeMasterTrade

แพลตฟอร์มฟอเร็กซ์จากบริษัท WeMasterTrade มีหลายแพ็คเกจให้เลือก ใช้งานง่าย พร้อมรูปแบบการลงทุนแบบ Prop Firm นั่นหมายถึงเทรดเดอร์ไม่ต้องลงทุนด้วยเงินตนเองแต่จะได้รับส่วนแบ่งกำไร ใช้งานได้ทั้ง Windows, Mac, iOS และ Android (PC และ Mobile) มือใหม่สบายใจ เริ่มต้นลงทุนกันได้ทันที และยังรองรับโปรแกรมเทรด Forex หลายตัว เช่น
- EA (Expert Advisor) หรือ โปรแกรมเทรดด้วยหุ่นยนต์
- Copy Trading หรือ การก็อปปี้การซื้อขาย
- Scalping หรือ การเทรดระยะสั้น
- Day Trading หรือ การเทรดภายใน 1 วัน
2. โปรแกรมแพลตฟอร์ม MT4
แพลตฟอร์มจากบริษัท MetaQuotes ใช้ง่าย เหมาะกับการเทรดฟอเร็กซ์เป็นหลัก จัดเต็มอินดิเคเตอร์กว่า 30 ตัว 9 กรอบเวลา ใช้งานได้ทั้ง Windows, Mac, iOS และ Android (PC และ Mobile) รองรับการติดตั้งโปรแกรมเทรด Forex เช่น
- EA (Expert Advisor) หรือ โปรแกรมเทรดด้วยหุ่นยนต์
โบรกเกอร์ที่รองรับ เช่น Moneta Markets, FP Markets
3. โปรแกรมแพลตฟอร์ม MT5
เป็นแพลตฟอร์มที่ต่อยอดมาจาก MT4 โดยบริษัท MetaQuotes จึงแอดวานซ์ขึ้นอีกระดับทั้งความรวดเร็ว คำสั่งและอินดิเคเตอร์เยอะกว่าเดิม ขณะที่การใช้งานหรือลักษณะการแสดงผลไม่ได้ต่างจาก MT4 มากนัก รองรับการใช้งานบน Windows, Mac, iOS และ Android (PC และ Mobile) สามารถติดตั้งโปรแกรมเทรด Forex เพิ่มเติมได้ เช่น
- EA (Expert Advisor) หรือ โปรแกรมเทรดด้วยหุ่นยนต์
- Copy Trading หรือ การก็อปปี้การซื้อขาย
โบรกเกอร์ที่รองรับ เช่น WeMasterTrade, FXCM
4. โปรแกรมแพลตฟอร์ม Match Trader
อีกแพลตฟอร์มฟอเร็กซ์ที่มีจุดเด่นเรื่อง Prop Firm พัฒนาโดย Match-Trade Technologies พัฒนาด้วยเทคโนโลยี Progressive Web App จึงใช้งานผ่าน Windows, Mac, iOS และ Android (PC และ Mobile) ได้แบบง่ายดาย รองรับการติดตั้งโปรแกรมเทรด Forex เช่น
- EA (Expert Advisor) หรือ โปรแกรมเทรดด้วยหุ่นยนต์
- Copy Trading หรือ การก็อปปี้การซื้อขาย
โบรกเกอร์ที่รองรับ เช่น WeMasterTrade, E8 Markets
5. โปรแกรมแพลตฟอร์ม Ninja Trader
ปิดท้ายกับแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นโดย บริษัท NinjaTrader โดดเด่นด้าน Futures Trade และ Forex ประมวลผลได้รวดเร็ว แม่นยำ เน้นการวิเคราะห์ Order Flow อย่างละเอียดสำหรับสาย Futures Trade รองรับการใช้งานผ่าน Windows, Mac, iOS และ Android (PC และ Mobile) และยังสามารถติดตั้งโปรแกรมเทรด Forex ได้ เช่น
- EA (Expert Advisor) หรือ โปรแกรมเทรดด้วยหุ่นยนต์
- Copy Trading หรือ การก็อปปี้การซื้อขาย
โบรกเกอร์ที่รองรับ เช่น Interactive Brokers, FXCM
ปัจจัยสำคัญที่ใช้เลือกแพลตฟอร์มฟอเร็กซ์
ก่อนตัดสินใจเลือกแพลตฟอร์มฟอเร็กซ์หรือแอพเทรด Forex ใดก็ตามต้องพิจารณาจากปัจจัยสำคัญเหล่านี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตรงกับความคาดหวังมากที่สุด
1. ความเร็วของการประมวลผล
ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อการเทรดอย่างยิ่ง อธิบายง่าย ๆ แพลตฟอร์มไหนแอพไหนรวดเร็วเทรดเดอร์ย่อมได้เปรียบและมีโอกาสทำกำไรสูง
2. ความยากง่ายในการใช้งาน
โดยเฉพาะนักเทรดมือใหม่ การเลือกแพลตฟอร์มหรือแอพที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ย่อมลดความสับสน ลดโอกาสเกิดความผิดพลาด และส่งผลดีต่อการเทรดด้วย
3. รองรับอุปกรณ์ได้ครบครัน
เพื่อให้คุณมีทางเลือกสำหรับใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น ไม่จำกัดแค่แบบใดแบบหนึ่ง ซึ่งทุกวันนี้แพลตฟอร์มฟอเร็กซ์ควรรองรับได้ทั้ง Windows, Mac, iOS และ Android (PC และ Mobile)
4. ค่าธรรมเนียม
แนะนำให้เลือกค่าธรรมเนียมที่ไม่แรงจนเกินไป เพราะบ่อยครั้งการเทรด Forex เอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียมข้ามคืน ค่าสเปรด เป็นต้น
5. มีความน่าเชื่อถือ
อย่าลืมพิจารณาความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มนั้น ๆ สังเกตจากการมีตัวตน มีที่อยู่ หรือดำเนินการโดยรูปแบบบริษัทชัดเจน รีวิวจากผู้ใช้งานจริง ฯลฯ
สรุปแล้วแพลตฟอร์มฟอเร็กซ์กับโปรแกรมเทรด Forex มีความแตกต่างกันชัดเจน ถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญไม่ต่างจากการเลือกกลยุทธ์ระบบและโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ ยิ่งถ้าเจอแพลตฟอร์มดี มีมาตรฐาน ทุกการเทรดของคุณจะสบายใจ เพิ่มโอกาสทำผลกำไรได้ตามคาดหวัง
ซึ่งทาง WeMasterTrade จึงพร้อมเป็นตัวเลือกสำหรับการเทรด Forex โดดเด่นด้วยระบบ Prop Firm พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ใช้งานง่าย เริ่มต้นจากบัญชีทดลองก่อนได้ แบ่งผลกำไรคุ้มค่า ตอบโจทย์กับมือใหม่หัดเทรดและมือเก๋าประสบการณ์สูงทุกคน



